เมื่อคืนวันศุกร์ ตลาดทองคำสร้างประวัติศาสตร์ความผันผวนครั้งใหญ่ ด้วยการทิ้งดิ่งลงมาอย่างรุนแรงจนน่าใจหาย ราคาทองคำแท่งร่วงลงไปกว่า 6,000 บาท ภายในวันเดียว! ทำเอาหลายคนที่ถือของอยู่รู้สึก "หนาว" จนทำอะไรไม่ถูก... แต่ก่อนที่คุณจะถอดใจ ผมอยากให้ดูภาพนี้ แล้วตั้งสติกันสักนิดครับ
ภาพนี้คือ "สถิติราคาทองคำสูงสุดรายปี" ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2565 - 2569
🚧 ลองย้อนมองกลับไปดูสิครับ...
ปี 2565: วันที่ทองแตะ 32,150 บาท ใครซื้อตอนนั้นก็บ่นว่า "ดอย" ว่าแพง... แต่มาวันนี้ ราคานั้นคือ "ของถูกที่หาไม่ได้อีกแล้ว"
ปี 2567: วันที่ทองแตะ 42,500 บาท คนก็แห่เทขายเพราะกลัวติดดอย... แต่คนที่ "กล้าถือ" ผ่านแรงเหวี่ยงมาได้ วันนี้กำไรมหาศาล
🏔️ "ดอย" ไม่ใช่จุดจบ แต่คือ "จุดพัก"
ทุกครั้งที่ทองทำ New High แล้วเกิด Panic Sell ร่วงลงแรงๆ แบบเมื่อวาน (ที่ลง 6,000 กว่าบาท) มันคือธรรมชาติของตลาดครับ มันลงเพื่อ "เขย่าคนขวัญอ่อน" ออกไป แล้วสะสมพลังเพื่อกระโดดข้าม "ยอดเดิม" ไปสร้าง "ยอดใหม่" เสมอ
📉 การร่วงลง 6,000 กว่าบาท... บอกอะไรเรา?
มันไม่ได้บอกว่าทองจะเลิกมีค่า แต่มันกำลังบอกว่า "โอกาสแก้ตัวมาถึงแล้ว"
สำหรับคนที่มีของ: "อดทน" ประวัติศาสตร์บอกว่า เดี๋ยวรถก็มารับ และพาไปไกลกว่าเดิม (ขอแค่เงินเย็น)
สำหรับคนที่มีเงินสด: นี่คือ "Super Sale" หรือตั๋วลดราคาใบใหญ่ที่ตลาดมอบให้ ก่อนจะเดินทางไปสู่เป้าหมายถัดไป
🚀 เป้าหมายปี 2569 (2026)
นักวิเคราะห์และสถิติยังคงชี้เป้าหมายปลายทางที่เลข 83,000 บาท+ (ตามภาพคาดการณ์)
ถามใจตัวเองดูครับ...
วันนี้คุณจะยอม "คัททิ้ง" เพราะความตกใจ หรือจะ "หาจังหวะเก็บเพิ่ม" เพื่อไปรอขายที่ยอดดอยลูกใหม่ที่สูงกว่าเดิม?
"ในวิกฤตมีโอกาสเสมอ... ทองคำไม่เคยทิ้งใคร มีแต่คนทิ้งทองไปก่อน"
ด้วยความห่วงใย
Jo Smart Golds
บริษัท ไทยอินเตอร์ รีสอร์เซส จำกัด
